ใช่จะมีแต่โลกแห่งแผ่นฟิล์มเท่านั้นที่อ้าแขนรับเรื่องราวแห่งกลุ่มรักร่วมเพศอย่างไม่เคอะเขินจนกระทั่งหนังเกย์ได้กลายเป็นเทรนด์อย่างหนึ่งซึ่งคนทำหนังหลายๆ คนกำลังกระโจนเข้าไปต่อแถวเก็บเกี่ยวเม็ดเงินจากกระแสนี้อย่างต่อเนื่อง
แต่ในความรุ่งเรืองของหนังเกย์ที่ “เปิดเผย” ตัวเองต่อสายตาสังคมอย่างโจ่งแจ้งนั้น ในมุมเล็กๆ แห่งโลกออนไลน์ก็มีกลุ่มคนจำนวนไม่น้อยกำลังปลดปล่อยอารมณ์ไปกับเรื่องราวความรักความใคร่ของนิยาย “ชายรักชาย” ซึ่งแทรกตัวอยู่ในเว็บไซต์อย่างสงบเสงี่ยม ตอบสนองกลุ่มคนอ่านที่มากขึ้นทุกขณะ...
Boy’s Love Fiction หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “ฟิคเกย์” ไม่ใช่เรื่องใหม่เพิ่งมี เพราะตลอดช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา จากจุดแรกที่เริ่มแนะนำตัวเองต่อสายตานักท่องเว็บ ณ ชั่วโมงนี้ “นิยายบอยเลิฟฯ” ก็ไม่ต่างจากเด็กน้อยคนหนึ่งซึ่งเริ่มเติบโตขึ้นตามวัย และเข้าไปมีบทบาทในวิถีชีวิตและความคิดของคนร่วมสมัยส่วนหนึ่งอย่างไม่อาจปฏิเสธ
มากกว่านั้น ข้อมูลความจริงจากนักเขียนฟิคบางสำนักก็ส่งสัญญาณบอกเป็นนัยๆ ว่า นับจากนี้ไป นิยายบอยเลิฟฯ อาจไม่ใช่แค่ “ชนกลุ่มน้อย” ที่ซุกตัวอยู่ตามหลืบซอกของเว็บไซต์เท่านั้น เมื่อฟิคเกย์หลายๆ เรื่องได้ “เคลื่อนย้าย” ตัวเองออกไปจากโลกไซเบอร์เพื่อนำเสนอในรูปแบบพ็อกเก็ตบุ๊คเพราะเหตุผลสั้นๆ ว่า “ทนกระแสเรียกร้องของคนอ่านไม่ไหว” !
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการเติบโตขึ้นอย่างมีพัฒนาการนั้น เส้นทางของฟิคเกย์ก็ใช่ว่าจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะก็อย่างที่ทราบกันว่า ช่วงหลังๆ มานี้ กระแส “ศีลธรรมฟีเวอร์” มาแรงอย่างน่าหวาดหวั่น...ประทานโทษ แม้แต่โฆษณาถุงยางอนามัยยังตกเป็นจำเลยใน “ศาลศีลธรรม” ไปอย่างน่ามึนงง !!
แล้วฟิคเกย์ล่ะจะไปเหลืออะไร?
เพราะไม่เพียงแค่บล็อกบางบล็อกจะถูกทางการสั่งปิด แต่ชุมชนโดยรวมของนิยายบอยเลิฟฯ ก็พลอยเกิดอาการวิงเวียนตามไปด้วยเพราะแรงสั่นสะเทือนทางศีลธรรมที่ส่งสายตาเคร่งขรึมมายัง ‘วรรณกรรมสีม่วง’ กลุ่มนี้ ในโทษฐาน “สิ่งลามกอนาจารในอากาศ”...
“ใครก็ตามที่คิดว่าเป็นเรื่องโป๊ ยืนยันได้เลยว่าไม่เคยอ่านฟิค หรือไม่ก็อ่านแค่เรื่องสองเรื่องและอ่านเฉพาะเรื่องที่มีฉากอย่างว่า” ยาโยอิ (นามสมมติ) หญิงสาวนักเขียนฟิคในบล็อกยอดนิยมแห่งหนึ่ง ไหลมุมมองตอบโต้ผ่านน้ำเสียงจริงจัง
“คนที่อ่านฟิคส่วนมากก็ไม่ใช่ต้องการเสพเรื่องโป๊ลามกอะไรอย่างที่ผู้หลักผู้ใหญ่มอง เขาเพียงแค่อยากอ่านความรักความความเข้าใจที่ไม่สามารถหาอ่านได้จากนิยายทั่วไปต่างหาก และถ้าอยากอ่านเรื่องโป๊จริงๆ แนะนำให้ไปอ่านพวกหนังสือปกขาวน่าจะถูกกิเลสมากกว่านะคะ”
ในทัศนะของนักเขียนสาว ฟิคชายรักชายหลายๆ เรื่อง นอกจากจะไม่ใช่แค่นิยายอ่านเล่นฆ่าเวลาเท่านั้น แต่ยังครบครันด้วยคุณค่าสาระและประณีตละเอียดอ่อนไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าวรรณกรรมชั้นดีหลายๆ ชิ้นเลยทีเดียว
“ฟิคแนวนี้ก็เหมือนงานเขียนทั่วๆ ไปที่ตอบสนองความต้องการของคนอ่านในหลายๆ ด้าน ทั้งความรักความสุข และบางครั้งก็สามารถให้กำลังใจคนที่กำลังท้อแท้หมดหวังได้เช่นกัน”จะเป็นจริงเช่นนั้นมากน้อยเพียงใด คงต้องไปถามบรรดาสาวกฟิค แต่จากปากคำของชายหนุ่มอีกคนอาจจะเพิ่มน้ำหนักให้คำพูดของยาโยอิได้หลายกิโล (กรัม)
“วิทยา แสงอรุณ” นักเขียนหนุ่มผู้ลัดเลาะอยู่ในเกย์คัลเจอร์แบบใกล้ชิด และเปิดเปลือยเรื่องราวของชาวสีรุ้งอย่างล่อนจ้อนผ่านหนังสือ “เลิกแอบเสียที” แม้จะยอมรับว่า ฟิคเกย์ออนไลน์มีให้เสพหลากรสหลายอารมณ์ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องเซ็กซ์ที่อาจทำให้ผู้ใหญ่ใจหายใจคว่ำ แต่นั่นก็เป็นเรื่องธรรมดาของความรักที่มักจะกอดรัดอยู่กับความวาบหวามอีโรติก
“ผมว่าฟิคเกย์ออนไลน์หลายๆ เรื่องมีเนื้อหาที่ลุ่มลึกแหลมคมมากเลยนะ คือเราอ่านแล้ว ‘รู้สึกสวยงาม’ มากกว่าอนาจาร ยิ่งกว่านั้น บางที ฟิคเกย์พวกนี้ทำหน้าที่เป็นทางออกเพื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ด้วยซ้ำไป เด็กสมัยนี้เขาไม่ได้โง่นะครับ แต่ผู้ใหญ่ชอบมองในแง่ลบ พอเห็นอะไรๆ ที่ตัวเองไม่อยากเห็นก็พร้อมจะตีโพยตีพายและปราบปราม จนทุกวันนี้ สังคมไทยของเราแทบจะกลายเป็นสังคมของเด็กอนุบาลไปแล้ว”
ไม่ว่าจะอย่างไร คงมิอาจปิดใจไม่รับรู้ได้ว่า นิยายบอยเลิฟฯ คือ Sub – Culture หนึ่งซึ่งร่วมเดินทางอยู่ในวัฒนธรรมเพศที่สามที่กำลังถูกนำเสนอมากขึ้นทุกวันผ่านสื่อต่างๆ แต่นั่นจะเป็น “สัญญาณที่ดี” ที่สื่อสะท้อนอารมณ์ร่วมสมัยของผู้คนในแง่การยอมรับ “ความหลากหลายทางเพศ” ได้หรือไม่?
“คงบอกไม่ได้หรอกค่ะว่าสังคมเรายอมรับและเปิดกว้างเรื่องแบบนี้” ยาโยอิขยับความคิด “เพราะถ้าไม่อย่างนั้นก็คงไม่มีการแบนหรือปิดเว็บฟิคเกย์ไปหลายเว็บ สังคมไทยยังไม่เปิดรับเต็ม 100% ถึง 50 หรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะแม้แต่การส่งเรื่องไปสำนักพิมพ์บางแห่งยังถูกขอให้เปลี่ยนตัวละครเป็นผู้หญิงเลย ทั้งๆ ที่เรื่องชายรักชายก็เป็นความรักรูปแบบหนึ่งซึ่งมีมานานแล้ว ไม่แตกต่างจากความรักแบบชายหญิง แต่คนเราชอบวาดภาพในแง่ลบกันมากกว่า”
ฟังดู ไม่แตกต่างเท่าไรนักกับทัศนะของวิทยา นักเขียนหนุ่ม...
“ผมว่าสังคมก็ยอมรับบ้าง แต่ไม่เต็ม 100% แน่นอน เกย์หรือกะเทยก็ยังไม่กล้าเปิดเผยตัวเองมากนัก แต่พื้นที่ในออนไลน์ตรงนี้ก็ทำหน้าที่เป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ซึ่งทำให้พวกเขาได้มาพบปะกัน ไม่ให้รู้สึกว่าตัวเองดำรงอยู่อย่างโดดเดี่ยวในโลก เพราะอย่างน้อยๆ ชุมชนฟิคในอินเทอร์เน็ตก็เหมือนน้ำเสียงอันอ่อนหวานที่พูดกับพวกเขาว่า โลกนี้มีคนที่เข้าอกเข้าใจพวกเขาจริงๆ แบบปราศจากอคติทางเพศ”...
แกะรอย...นิยายบอยเลิฟฯ
เรื่องรักสีรุ้งที่ ‘หญิงสาว’ หลงใหล
จากบ้านเกิดที่ประเทศญี่ปุ่น Boy’s Love Fiction ออกเดินทางทักทายผู้อ่านทั่วโลกโดยมีสื่อในอากาศอย่างอินเทอร์เน็ตเป็นพาหนะโดยสาร
โดยหลักๆ ฟิคบอยเลิฟฯ เสิร์ฟเรื่องราวชีวิตรักของชายรักชาย ในหลากหลายรูปแบบ แต่ที่ได้รับความนิยมค่อนข้างสูงคือฟิคที่หยิบยืมเอาชื่อและบุคลิกของดารานักร้อง (ชาย) ที่มีชื่อเสียงมาผูกร้อยเป็นเรื่องราว
น่าสังเกตว่า นอกจากคนเขียนฟิคแนวนี้ส่วนใหญ่จะเป็นหญิงแล้ว คนอ่านเกินกว่าครึ่งก็เป็นกลุ่มผู้หญิง ทั้งๆ ที่น่าจะเป็น “เกย์” หรือ “กะเทย”
เหตุผลนั้นน่าจะเป็นเพราะดารานักร้องที่นำมาเป็นตัวละครเป็นที่นิยมอยู่แล้วในหมู่เด็กผู้หญิง และลึกๆ ก็ใฝ่ฝันอยากเห็นศิลปินในดวงใจในมุมอื่นๆ ที่ตัวเองอยากให้เป็น เช่น ให้นักร้องหนุ่ม 2 คนของวง “ดง บัง ชิน กิ” ตกหลุมรักกันเอง เป็นต้น (โดนฟ่ะ)
จะว่าไป ฟิคแนวนี้ก็ไม่ต่างจาก “โลกแห่งความคิดฝัน” ซึ่งคนเขียนและผู้อ่านร่วมกันสร้างขึ้นเพื่อกำหนดความเป็นไปของดาราศิลปินในแบบที่ตัวเองอยากเห็นนั่นเอง
เรื่องแบบนี้อาจดูเพ้อฝันไร้สาระในสายตาของใครหลายๆ คน แต่ในด้านหนึ่งก็มิอาจปฏิเสธว่า นิยายบอยเลิฟฯ คืออีกหนึ่งกิ่งก้านของวรรณกรรมที่ไม่เพียงแค่นำเสนอเรื่องของกลุ่ม “รักร่วมเพศ” ในหลากหลายรสชาติ แต่ยังถือเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งซึ่งเริ่มมีตัวตนเด่นชัดขึ้นมาเรื่อยๆ
และถ้อยคำทำนายของบรรณาธิการสำนักพิมพ์ไซเบอร์ฟิช มีเดีย “วิทยา แสงอรุณ” ก็ไม่น่าจะใช่การคาดการณ์ที่ห่างไกลความจริง
เขาบอกว่า “วันข้างหน้า จะมีคนเขียนและอ่านมากขึ้น จากที่จำกัดวงอยู่แค่ในอินเทอร์เน็ต สำนักพิมพ์ก็จะนำมาจัดพิมพ์มากขึ้น และที่สำคัญ ผมว่ามันอาจจะกลายเป็นเซ็กเมนต์หนึ่งในโลกหนังสือไปเลยก็ได้ ไม่ปะปนหรือซุกซ่อนอยู่ในมุมมืดอีกต่อไป เหมือนในร้านหนังสือต่างประเทศหลายๆ แห่ง (อย่างสหรัฐฯ) ที่เขามีเชลฟ์หนังสือเกย์แบ่งแยกเป็นหมวดหมู่เหมือนหนังสือแนวอื่นๆ”
credit : http://www.manager.co.th
ถึงจะคำไม่สุภาพแต่เขียนดีนะ จริงจังดี-*-